บางองค์กรมีเวลาทำงานชัดเจนว่าเริ่มกี่โมง เลิกกี่โมง
แต่พอเป็น LINE อีเมล หรือ Teams หลังเวลางาน กลับไม่มีกติกาว่า “ส่งมาแล้วหมายความว่าอะไร”
เรื่องนี้อาจดูเหมือนมารยาทในการทำงานเล็ก ๆ แต่กฎหมายแรงงานไทยพูดถึงเส้นแบ่งนี้มาตั้งแต่ปี 2566 แต่กลับมีคำถามที่น่าสนใจกว่าคือ...
ถ้าเรามีกฎหมายที่วางเส้นแบ่งไว้แล้ว องค์กรออกแบบวิธีทำงานให้เห็นเส้นแบ่งนั้นแล้วหรือยัง?
ในออฟฟิศ เรารู้ว่าเวลาไหนคือเวลางาน แต่พองานย้ายมาอยู่ในโทรศัพท์ เส้นนั้นกลับไม่ชัดเหมือนเดิม
หัวหน้าส่ง LINE มาตอนสามทุ่ม คนส่งอาจคิดแค่ว่า “ส่งไว้ก่อน เดี๋ยวลืม”
แต่คนรับอาจกำลังคิดว่า “ต้องตอบตอนนี้ไหม?”
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำถามเรื่องมารยาทในการทำงานอีกต่อไป
กฎหมายไทยพูดถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2566
วันที่ 19 มีนาคม 2566 มีการประกาศ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 เพิ่มมาตรา 23/1 และมีผลใช้บังคับวันที่ 18 เมษายน 2566
มาตรานี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการตกลงให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านหรือสถานที่อื่นนอกสถานประกอบการ รวมถึงการทำงานผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีข้อความช่วงหนึ่งที่น่าสนใจมาก
"...เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติที่ตกลงกัน หรือสิ้นสุดงานที่นายจ้างมอบหมายแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธการติดต่อสื่อสารกับนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน ไม่ว่าในทางใด ๆ เว้นแต่ลูกจ้างจะให้ความยินยอมเป็นหนังสือไว้ล่วงหน้า..."
ดังนั้นสิ่งที่กฎหมายกำลังพูดถึงจึงไม่ใช่แค่ “โทรศัพท์”
LINE
อีเมล
Teams
หรือช่องทางสื่อสารอื่น ๆ ก็อยู่ในโลกการทำงานเดียวกัน
แต่ต้องระวังจุดสำคัญหนึ่ง คือ มาตรา 23/1 ไม่ได้หมายความว่าพนักงานไทยทุกคนมี Right to Disconnect แบบครอบคลุมทุกสถานการณ์ เพราะบทบัญญัตินี้อยู่ในบริบทของการทำงานนอกสถานประกอบการและการทำงานผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
Right to Disconnect ในต่างประเทศ
ออสเตรเลียเริ่มใช้ Right to Disconnect วันที่ 26 สิงหาคม 2024 สำหรับลูกจ้างของนายจ้างที่ไม่ใช่ธุรกิจขนาดเล็ก และขยายมายังลูกจ้างของธุรกิจขนาดเล็กวันที่ 26 สิงหาคม 2025
สิทธิของออสเตรเลียกว้างกว่าแนวทางในมาตรา 23/1 ของไทย กล่าวคือ ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธที่จะติดตาม อ่าน หรือตอบการติดต่อเกี่ยวกับงานนอกเวลาทำงานได้ เว้นแต่การปฏิเสธนั้นจะถือว่า ไม่สมเหตุสมผล
แม้ว่าโดยข้อมูลแล้ว “ไทยมี Right to Disconnect ก่อนออสเตรเลีย” แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการแข่งกันว่าใครมีกฎหมายก่อน คือ...
ทำไมเรื่องที่กฎหมายไทยพูดถึงมาตั้งแต่ปี 2566
ยังเป็นเรื่องที่คนทำงานจำนวนมากต้องเดากันทุกคืน?
รื้อกรอบว่า “ติดต่อได้” เท่ากับ “ต้องพร้อมตอบ”
เทคโนโลยีทำให้เราติดต่อกันได้ตลอดเวลา แต่นั่นไม่ได้แปลว่า เวลาทำงานต้องขยายตามเทคโนโลยีไปด้วย
ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าหัวหน้าส่งข้อความตอนสามทุ่ม แต่อยู่ที่องค์กรไม่เคยตกลงกันว่า ข้อความตอนสามทุ่มหมายความว่าอะไร?
ถ้าหัวหน้าส่งเพราะกลัวลืม แต่ลูกน้องคิดว่าต้องตอบทันที ความกดดันก็เกิดขึ้นโดยที่คนส่งอาจไม่ได้ตั้งใจสร้างมันเลยด้วยซ้ำ
นี่คือกรอบแรกที่อาจต้องรื้อ
จากคำถามว่า “ทำไมพนักงานไม่รู้จักปิดโทรศัพท์?” เป็น
“ทำไมพนักงานต้องเป็นคนเดาเองว่าเมื่อไรควรปิด?”
พลิกเกมจาก Work-Life Balance เป็น Work Boundary
เราอาจพูดเรื่อง Work-Life Balance กันมานาน แต่ Balance มักทำให้ความรับผิดชอบตกไปอยู่กับแต่ละคน
จัดเวลาให้ดี
ปิด Notification เอง
อย่าเปิดเมลก่อนนอน
รู้จักแยกงานออกจากชีวิต
ลองมองใหม่ว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่ทักษะส่วนบุคคล แต่เป็น Work Boundary ที่องค์กรสามารถออกแบบได้
ข้อความหลังเวลางานอาจแบ่งง่าย ๆ เป็นสองประเภท
“ส่งไว้ก่อน” ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องตอบ จนกว่าจะถึงเวลางาน
กับ “เร่งด่วน” ต้องการการตอบสนองจริง และองค์กรมีนิยามชัดว่าเหตุการณ์แบบไหนจึงเรียกว่าเร่งด่วน
เพราะถ้าทุกอย่างด่วนได้หมด สุดท้ายคำว่า “ด่วน” ก็ไม่มีความหมาย
ออกแบบกติกา ไม่ใช่แค่บอกให้คนพัก
นี่อาจเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ HR สามารถเริ่ม Redesign วิธีทำงานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Policy ยาวหลายหน้า แค่ตอบคำถามพื้นฐานให้ชัดก่อนว่า
ข้อความหลังเวลางานหมายถึงอะไร?
อะไรคือเรื่องที่รอวันพรุ่งนี้ได้?
อะไรคือเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องติดต่อ?
ใครบ้างที่ตำแหน่งงานจำเป็นต้องพร้อมรับการติดต่อ?
ถ้าต้องพร้อมทำงานนอกเวลา องค์กรจัดการเรื่องเวลาทำงานและค่าตอบแทนอย่างไร?
และที่สำคัญที่สุด...
คนในองค์กรรู้กติกาเดียวกันหรือยัง?
เพราะต่อให้มีสิทธิอยู่ในกฎหมาย แต่ถ้าวัฒนธรรมของทีมยังทำให้คนรู้สึกว่า “ไม่ตอบ = ไม่ทุ่มเท” เส้นแบ่งนั้นก็อาจไม่มีอยู่จริงในชีวิตการทำงาน
Future of Work อาจเริ่มจากการรู้ว่าเมื่อไรงานควรจบ
เรามักพูดถึงอนาคตการทำงานด้วย AI ระบบอัตโนมัติ Hybrid Work และเครื่องมือใหม่ ๆ แต่บางทีการออกแบบ Future of Work ไม่ได้เริ่มจากการเพิ่มอะไรเข้าไป
มันอาจเริ่มจากการกลับมาดูสิ่งที่มีอยู่ แล้วถามใหม่ว่า กติกานี้ยังเหมาะกับวิธีทำงานวันนี้หรือเปล่า?
RETHINK — รื้อกรอบว่าออนไลน์แปลว่าพร้อมทำงาน
REIMAGINE — พลิกเกมจากการให้แต่ละคนรักษา Work-Life Balance มาเป็นการสร้าง Work Boundary ร่วมกัน
REDESIGN — ออกแบบกติกาการติดต่อให้ทุกคนรู้ว่าอะไรต้องตอบ และอะไรพรุ่งนี้ค่อยตอบได้
เพราะเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้คนต้องพร้อมทำงานตลอดเวลาโดยตัวมันเอง ความไม่ชัดเจนต่างหากที่ทำ
แล้วในองค์กรของคุณ...
ข้อความที่ส่งตอนสามทุ่ม แปลว่าอะไร?
Source
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 — ราชกิจจานุเบกษา
https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140A020N0000000005600.pdf
กรมประชาสัมพันธ์ — กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ รองรับ Work from Home
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/168469
KPMG — Thailand: New Labor Rules Supporting Work from Home
https://kpmg.com/xx/en/our-insights/gms-flash-alert/flash-alert-2023-088.html
Fair Work Ombudsman — Right to disconnect
https://www.fairwork.gov.au/employment-conditions/right-to-disconnect
Fair Work Ombudsman — Right to disconnect starts for small business employees, 26 August 2025
https://www.fairwork.gov.au/newsroom/media-releases/2025-media-releases/august-2025/20250826-right-to-disconnect-starts-for-small-business-employees-media-release


.png)

.png)
.png)
.png)