
1. AI ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังแต่ธุรกิจจะไม่หยุดเดินหน้า
การนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจจะยังคงดำเนินต่อไปแต่ผู้นำองค์กรจะตระหนักว่า การทดแทนบทบาทหน้าที่ของมนุษย์ด้วย AI Agents แบบ “หนึ่งต่อหนึ่ง” นั้น มาพร้อมต้นทุนที่ซ่อนอยู่รวมถึงความท้าทายด้านการบริหารจัดการรูปแบบใหม่
2. ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (I&D) คือเรื่องของผลงานไม่ใช่เพียงแค่กระแสสังคม
ความพยายามด้านความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (Inclusion &Diversity: I&D) จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฎหมายสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในที่ทำงาน และก่อให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจเพื่อให้องค์กรสามารถเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย
3. การแตกกระจายของกำลังคนถึงจุดสูงสุด
องค์กรจะเปลี่ยนจากโมเดลการบริหารคนแบบ “หนึ่งรูปแบบใช้ได้กับทุกคน”ไปสู่โครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยโครงการและผลลัพธ์ พร้อมออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ และความต้องการของพนักงาน
4. AI จะทำให้การประเมินผลงานประจำปีสิ้นสุดลง
โค้ชAIแบบเฉพาะบุคคล จะให้ข้อมูลป้อนกลับแก่พนักงานแบบ real-timeโดยอ้างอิงจากประวัติการตัดสินใจของผู้จัดการ และข้อมูลผลการทำงานของทีม
5. พนักงานจะทำงานหนักขึ้นฉลาดขึ้น… และมีรายได้สองทาง
นายจ้างจะออกนโยบายที่กำหนดขอบเขตที่ยอมรับได้ของการทำงานแบบควบคู่ (moonlighting) เนื่องจากตระหนักว่ารายได้เสริม เพื่อความมั่นคงทางการเงินของพนักงาน
6. การสรรหาบุคลากรมีปัญหาระบบอัตโนมัติและอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียวไม่อาจแก้ไขได้
ฝ่าย HR จะเผชิญความยากลำบากในการระบุผู้มีศักยภาพสูง (Top talent) ท่ามกลางใบสมัครงานจำนวนมากที่ถูกสร้างโดย AI ขณะเดียวกัน เครื่องมือคัดกรองเรซูเมด้วย AI ก็อาจทำให้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมบางรายโดดเด่นได้ยากยิ่งขึ้น
7. หมดยุคการฝึกอบรมแบบดั้งเดิมสู่การยกระดับทักษะแบบ Real-time
ระบบการเรียนรู้จะส่งมอบเนื้อหาการฝึกอบรมที่ตรงเวลาและตรงจุดโดยอิงจากการวิเคราะห์ของ AI ต่อความต้องการของโครงการและกระบวนการทำงานเพื่อรองรับทักษะใหม่ที่จำเป็นสำหรับบทบาทงานที่กำลังเกิดขึ้น
-------------------------
ค้นพบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มที่กำลังกำหนดทิศทางงานHR ในปี 2026



