>
เมื่อบุคลิกภาพช่วยชดเชยทักษะได้ HR จะวัดอย่างไรไม่ให้กลายเป็นอคติ?
Article
September 3, 2026

เมื่อบุคลิกภาพช่วยชดเชยทักษะได้ HR จะวัดอย่างไรไม่ให้กลายเป็นอคติ?

ผู้จ้างงานในสหรัฐฯ 86% เชื่อว่า “บุคลิกภาพที่เหมาะสม” สามารถชดเชยทักษะที่ยังขาดได้ แต่เมื่อหลายคนตัดสินผู้สมัครจากบทสนทนาครั้งแรก HR จะประเมินคุณสมบัติเหล่านี้อย่างไรโดยไม่ปล่อยให้ความประทับใจส่วนตัวกลายเป็นเกณฑ์?
ถ้าคุณเจอผู้สมัครที่มีทักษะยังไม่ตรงตามตำแหน่ง แต่เป็นคนที่น่าเชื่อถือ ซื่อสัตย์ และปรับตัวเก่ง เราควรรับเข้าทำงานไหม?

ผู้มีอำนาจตัดสินใจจ้างงานในสหรัฐฯ 86% บอกว่า บุคลิกภาพที่เหมาะสมสามารถชดเชยช่องว่างด้านทักษะของผู้สมัครได้ แต่ก่อนจะสรุปว่า “นิสัยสำคัญกว่าความเก่ง” มีรายละเอียดบางอย่างที่ HR ควรมองให้ลึกซึ้งมากกว่านั้น

เมื่อคุณสมบัติที่มองไม่เห็น เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น

ผลสำรวจนี้จัดทำโดย The Harris Poll ในนามของ Express Employment Professionals โดยสอบถามผู้มีอำนาจตัดสินใจจ้างงานในสหรัฐฯ 1,006 คน และผู้หางานอีก 1,000 คน

ผู้มีอำนาจตัดสินใจจ้างงาน 91% มองว่าบุคลิกภาพมีความสำคัญพอ ๆ กับทักษะ ขณะที่ 86% เชื่อว่าบุคลิกภาพที่เหมาะสมสามารถชดเชยช่องว่างด้านทักษะได้

เมื่อถามถึงความก้าวหน้าในอาชีพ ผู้ตอบกลุ่มนี้ถึง 99% เชื่อว่าบุคลิกภาพเชิงบวกหรือเป็นมิตรสามารถช่วยให้พนักงานก้าวหน้าได้เร็วขึ้น ส่วนผู้หางานที่เห็นด้วยมี 90%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้สะท้อน “ความเชื่อและมุมมอง” ของผู้ตอบแบบสำรวจ ไม่ได้พิสูจน์ว่าบุคลิกภาพเป็นสาเหตุที่ทำให้คนหนึ่งประสบความสำเร็จมากกว่าอีกคน

สิ่งที่นายจ้างให้คุณค่า ไม่ได้อยู่ในใบรับรองเสมอไป

เมื่อถามถึงคุณลักษณะที่นายจ้างต้องการ คำตอบอันดับต้น ๆ ได้แก่

ความน่าเชื่อถือ 66%
ความซื่อสัตย์ 63%
ความสามารถในการปรับตัว 55%
ความยืดหยุ่น 54%
และแรงจูงใจจากภายใน 54%

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ทักษะเทคนิคเฉพาะตำแหน่ง แต่เป็นคุณสมบัติที่ส่งผลต่อวิธีทำงานร่วมกับผู้อื่น รับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสร้างความไว้วางใจในทีม

Bob Funk Jr. ซีอีโอ ประธาน และประธานกรรมการของ Express Employment International อธิบายว่า พนักงานทุกคนมีผลต่อสถานที่ทำงานมากกว่างานที่ระบุอยู่ใน Job Description และบุคลิกภาพที่เหมาะสมสามารถช่วยสร้างความไว้วางใจ ทำให้ทีมผ่านการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น และยกระดับวิธีการทำงานร่วมกัน

จุดที่ต้องระวังในการประเมิน “บุคลิกภาพ”

ผลสำรวจยังพบว่า ผู้มีอำนาจตัดสินใจจ้างงาน 61% ใช้ปฏิสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการเพื่อประเมินบุคลิกภาพของผู้สมัคร เช่น การพูดคุยก่อนหรือหลังสัมภาษณ์ น้ำเสียงในอีเมล และวิธีที่ผู้สมัครปฏิบัติต่อพนักงานฝ่ายสนับสนุน

ขณะเดียวกัน 87% เชื่อว่าตนพอมองออกจากการสนทนาครั้งแรกว่าผู้สมัครจะประสบความสำเร็จในองค์กรหรือไม่

ตัวเลขนี้อาจฟังดูเหมือนประสบการณ์และสัญชาตญาณที่เฉียบคม แต่ก็เป็นจุดที่ HR ควรระมัดระวัง เพราะการตัดสินจากความประทับใจครั้งแรกอาจเปิดพื้นที่ให้อคติเข้ามามีบทบาทได้ง่าย

คำว่า “บุคลิกภาพที่เหมาะสม” จึงควรถูกแปลงเป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานและสังเกตได้ เช่น รักษาคำพูด รับฟังความคิดเห็น ปรับตัวเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน หรือขอความช่วยเหลือเมื่อพบข้อจำกัด ไม่ใช่เพียงความรู้สึกว่า “คนนี้น่าจะเข้ากับเราได้”

Human skills ต้องได้รับการพัฒนา ไม่ใช่ใช้เป็นเพียงด่านคัดคน

บทเรียนสำหรับ HR, OD และ L&D จึงไม่ใช่การเลือกระหว่าง “ทักษะ” กับ “บุคลิกภาพ” แต่คือการออกแบบระบบที่มองเห็นทั้งสองด้านอย่างเป็นธรรม

ทักษะบางอย่างสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ ขณะที่พฤติกรรมในการทำงานก็สามารถพัฒนาได้เช่นกัน หากองค์กรมีความคาดหวังที่ชัดเจน มีโอกาสให้ฝึก มีผู้จัดการคอยให้ข้อมูลย้อนกลับ และมีระบบประเมินที่ยึดโยงกับพฤติกรรมจริง

หากองค์กรบอกว่าต้องการคนที่ปรับตัวเก่ง แต่ลงโทษทุกความผิดพลาดจากการทดลอง หรือบอกว่าให้คุณค่ากับความซื่อสัตย์ แต่ไม่เปิดพื้นที่ให้คนพูดความจริง คุณสมบัติเหล่านั้นก็ยากจะเติบโต ไม่ว่าหลักสูตรจะออกแบบมาดีเพียงใด

แล้วในตอนนี้ เรามีระบบที่ช่วยให้คนเรียนรู้ทั้งทักษะและวิธีทำงานร่วมกับผู้อื่นได้จริงหรือยัง?

Source:

Tag:
Article
Share this post:
ถนอมรัตน์ ฟองเลา
Content Curator & Editor

Related Knowledge Hub

Join for free and get personalized recommendations, updates and offers.
Article
อยากให้คนปรับตัว องค์กรเปลี่ยนการให้รางวัลแล้วหรือยัง?
EY US ทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์เพื่อให้รางวัลคนที่เรียนรู้ ทดลอง ปรับตัว และสร้างผลกระทบ เพราะหากองค์กรอยากเห็นวิธีทำงานแบบใหม่ ระบบรางวัลก็ต้องเปลี่ยนตามด้วย
September 3, 2026
Article
เมื่อความทุ่มเทกับความไม่รับผิดชอบ ได้รับรางวัลแทบไม่ต่างกัน
คนเก่งอาจไม่ได้หมดใจเพราะงานหนัก แต่อาจเริ่มตั้งคำถามเมื่อคนที่รับผิดชอบและสร้างผลงาน กลับได้รับการยอมรับหรือผลตอบแทนแทบไม่ต่างจากคนที่ปล่อยให้เพื่อนคอยตามแก้ งานวิจัยสะท้อนว่าความไม่เป็นธรรมเช่นนี้อาจซ่อนอยู่หลังตัวเลข Engagement ที่ดูปกติได้อย่างไร
September 3, 2026
Article
สิ่งที่ล้าสมัยอาจไม่ใช่ทักษะของพนักงาน แต่คือระบบการเรียนรู้ขององค์กร
องค์กรทั่วโลกใช้งบฝึกอบรมรวมกันราว 400,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ 74% ยังพัฒนาทักษะของพนักงานไม่ทันธุรกิจ งานวิจัยของ Josh Bersin ชวนมองว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคอร์ส แต่อยู่ที่ระบบการเรียนรู้ซึ่งต้องออกแบบใหม่สำหรับโลกการทำงานที่มี AI
September 2, 2026