>
ทำไม “การฟัง” ถึงเป็นทักษะที่ต้องฝึก ทั้งที่เราฟังกันอยู่ทุกวัน
Article
September 2, 2026

ทำไม “การฟัง” ถึงเป็นทักษะที่ต้องฝึก ทั้งที่เราฟังกันอยู่ทุกวัน

เราฟังคนอื่นทุกวัน แต่ไม่ได้แปลว่าเราฟังเป็นเสมอไป ชวนเข้าใจว่าทำไม Deep Listening จึงเป็นทักษะที่ต้องฝึก ตั้งแต่การรู้ทันรูปแบบการฟังของตัวเอง ไปจนถึงการสร้างพื้นที่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าได้รับการฟังจริง ๆ

ทำไม “การฟัง” ถึงเป็นทักษะที่ต้องฝึก ทั้งที่เราฟังกันอยู่ทุกวัน

ถ้าถามคนทำงานว่า

“คุณเป็นผู้ฟังที่ดีไหม?”

หลายคนน่าจะตอบว่า “ก็ใช้ได้นะ”

แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามเป็น

“แล้วคนที่คุยกับคุณ รู้สึกว่าตัวเองถูกฟังจริง ๆ หรือเปล่า?”

คำตอบอาจไม่เหมือนเดิม

เพราะ “ได้ยิน” กับ “ฟัง” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

และการที่เราตั้งใจฟัง ก็ไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกว่าได้รับการฟังเสมอไป

ปัญหาคือ เรามักไม่รู้ตัวว่า “กำลังฟังแบบไหน”

Otto Scharmer เสนอแนวคิดเรื่องการฟัง 4 ระดับ ตั้งแต่ Downloading หรือการฟังผ่านสิ่งที่เรารู้และเชื่ออยู่แล้ว ไปจนถึง Generative Listening ที่เปิดพื้นที่ให้ความคิดหรือความเป็นไปได้ใหม่เกิดขึ้นจากบทสนทนา¹

ลองนึกถึงเวลาที่เพื่อนร่วมงานกำลังเล่าปัญหา

บางครั้งเขายังพูดไม่ทันจบ เราก็คิดแล้วว่า

“อ๋อ รู้แล้ว”

“ถ้าเป็นเรา เราจะ...”

“เดี๋ยวบอกวิธีแก้ให้”

ร่างกายเรายังนั่งฟังอยู่
แต่ในหัว เราอาจเลิกฟังไปแล้ว

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่การฟังต้องฝึก เพราะสิ่งที่ขวางการฟังหลายอย่างไม่ได้เกิดจากเจตนาร้ายเลย

ตรงกันข้าม มันมักเกิดจาก ความหวังดี

เรารีบเสนอทางออกเพราะอยากช่วย
ขัดจังหวะเพราะคิดว่าเข้าใจแล้ว
เล่าเรื่องของตัวเองเพราะอยากบอกว่า “ฉันเข้าใจเธอนะ”
หรือรีบพูดว่า “ไม่เป็นไร อย่าคิดมาก” เพราะอยากให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น

แต่เจตนาของเรา กับสิ่งที่อีกฝ่ายได้รับ อาจไม่เหมือนกัน

งานของ Landis, Fisher และ Menges พบว่า เมื่อพนักงานได้รับ คำแนะนำที่ไม่ได้ร้องขอ พวกเขามีแนวโน้มมองว่าผู้ให้มีแรงจูงใจเพื่อตัวเองมากกว่า ขณะที่คำแนะนำที่ผู้รับเป็นฝ่ายขอ มีแนวโน้มถูกมองว่ามาจากความตั้งใจช่วยเหลือมากกว่า²

บางครั้งสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจึงอาจไม่ใช่คำตอบที่เร็วที่สุด

แต่คือ พื้นที่ให้เขาพูดจนจบ

ที่ยากกว่านั้นคือ “ทำถูกทุกขั้นตอน” ก็อาจยังฟังไม่ดี

เรามักเรียนเรื่อง Active Listening ว่าให้สบตา พยักหน้า ทวนคำ และถามคำถามปลายเปิด

สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด

งานวิจัยของ Kriz, Kluger และ Lyddy สัมภาษณ์พนักงานธนาคาร 41 คน และรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์การฟัง 81 เหตุการณ์

สิ่งที่พบคือ พฤติกรรมที่ดูเหมือนการฟังที่ดี ไม่ได้เพียงพอเสมอไปที่จะทำให้คนรู้สึกว่า “ถูกฟัง”

สิ่งสำคัญคือ การตอบสนองนั้นตรงกับความต้องการและความคาดหวังของผู้พูดหรือไม่ บางครั้งแค่บทสนทนาก็เพียงพอ แต่บางครั้งผู้พูดคาดหวังให้มีการลงมือทำตามมาด้วย³

นี่เป็นเหตุผลที่ Deep Listening ไม่ควรกลายเป็น checklist ว่า

สบตา ✓
พยักหน้า ✓
ทวนคำ ✓
ถามคำถาม ✓

เพราะเราสามารถทำครบทุกข้อ
แต่ใจยังมัวคิดว่า “เมื่อไรจะถึงตาเราพูด” ก็ได้

แล้วการฟัง ฝึกได้จริงไหม?

Itzchakov, Weinstein และ Cheshin ศึกษาการอบรมทักษะการฟังในสถานที่ทำงานผ่าน 2 quasi-field experiments

เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พนักงานที่ได้รับการฝึกการฟังรายงานว่า รู้สึกเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น มี burnout ต่ำลง และมีความตั้งใจลาออกลดลง

และผลเหล่านี้ยังพบอีกครั้งในการวัด 3 สัปดาห์หลังการอบรม

นั่นหมายความว่า การฟังไม่ได้เป็นเพียง “นิสัยส่วนตัว”

มันเป็นทักษะที่องค์กรสามารถพัฒนาได้

แต่การฝึกต้องไม่ใช่แค่นั่งฟังบรรยายเรื่องการฟัง

ต้องได้ ฟังจริง
ได้เห็นพฤติกรรมของตัวเอง
ได้รับ feedback
ฝึกสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งกับคนพูดและตัวเรา
รวมถึงรู้ว่าเมื่อไรควรฟัง เมื่อไรควรหยุด และจะรักษาขอบเขตของผู้ฟังอย่างไร

เพราะคนที่ต้องรับฟังคนอื่นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า HR, ER, EX หรือ People Manager ก็มีวันที่หมดแรงได้เหมือนกัน

การฟังอย่างลึกซึ้งจึงไม่ได้เริ่มจากการพยายามเป็น “ผู้ฟังที่ดี” แต่อาจเริ่มจากการรู้ตัวว่า

ตอนนี้เรากำลังฟังเขาอยู่จริง ๆ
หรือแค่กำลังรอจังหวะที่จะพูด?

เราฟังกันทุกวัน
แต่ไม่ได้แปลว่าเราฟังเป็น

และบางทีคำถามที่องค์กรควรถามจึงไม่ใช่

“การฟังสำคัญไหม?”

แต่คือ

“เราเคยลงทุนฝึกการฟัง
จริงจังเท่ากับที่เราฝึกการพูดหรือยัง?”

...

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่

  • ต้องรับฟังปัญหาของคนอื่นอยู่เสมอ แต่บางครั้งไม่แน่ใจว่าควรฟังต่อ ถามต่อ หรือช่วยอย่างไร
  • อยากเข้าใจคนให้มากกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมา และสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในบทสนทนาได้ละเอียดขึ้น
  • เคยตั้งใจช่วย แต่ยิ่งพูด บทสนทนากลับยิ่งปิด ทั้งที่เราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น
  • ต้องคุยเรื่องยาก ๆ กับคน และอยากสร้างพื้นที่ที่ทำให้อีกฝ่ายกล้าพูดสิ่งที่คิดหรือรู้สึกจริง ๆ
  • เป็นคนที่คนอื่นมักมาระบายหรือขอคำปรึกษา จนบางครั้งตัวเองก็เหนื่อย และอยากเรียนรู้ว่าจะฟังโดยไม่แบกรับทุกอย่างกลับมาด้วยได้อย่างไร
  • หรือเพียงแค่ อยากเป็นคนที่ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกว่า “ฉันกำลังถูกฟังจริง ๆ”

Deep Listening: Building a Listening Culture
1-Day Intensive Workshop | The 7L Deep Listening Model

วิทยากร คุณกกกร (โกโก้) เบญจาธิกูล

Facilitator, Volunteer Listener, Artist

ผู้มีประสบการณ์ด้านการรับฟังผู้คนและออกแบบกระบวนการเรียนรู้มากกว่า 10 ปี

📅

1 ตุลาคม 2569

📍

Grande Centre Point Ploenchit

PMAT Member 6,000 บาท | General 8,000 บาท

พิเศษ! มา 3 จ่าย 2

เหมาะสำหรับ Leaders • Managers • HR / ER / EX • People Professionals และทุกคนที่เชื่อว่า การฟังที่ดี สร้างที่ทำงานที่ดีขึ้นได้

สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ 061-821-4441 (โตโต้)

อ่านเรื่องราว "นักฟังนางมารร้ายศิษย์พระพุทธเจ้า" ได้ที่ https://readthecloud.com/.../cloud-of-thoughts/coco-gokgorn/

Download โบว์ชัวร์เพิ่มเติมได้ที่ https://shorturl.at/YwJJ6

ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/aCuNAaHvDMW4eNYf8

...

แหล่งอ้างอิง

  1. Otto Scharmer, Four Types of Listening / Theory U
  2. Landis, B., Fisher, C. M., & Menges, J. I. (2022), How employees react to unsolicited and solicited advice in the workplace, Journal of Applied Psychology.
  3. Kriz, T. D., Kluger, A. N., & Lyddy, C. J. (2021), Feeling Heard: Experiences of Listening (or Not) at Work, Frontiers in Psychology.
  4. Itzchakov, G., Weinstein, N., & Cheshin, A. (2023), Learning to listen: Downstream effects of listening training on employees' relatedness, burnout, and turnover intentions, Human Resource Management.

Tag:
Article
Share this post:
ถนอมรัตน์ ฟองเลา
Content Curator & Editor

Related Knowledge Hub

Join for free and get personalized recommendations, updates and offers.
Article
ฟังให้ได้ยินสิ่งที่เขาไม่ได้พูด: 10 ปีบนเส้นทางนักฟังของ “โกโก้ กกกร”
จากนักแสดงสู่บทบาทอาสาสมัครนักฟัง ชวนสำรวจบทเรียนจากประสบการณ์กว่า 10 ปีของ “โกโก้ กกกร” ว่าการฟังอย่างลึกซึ้งอาจไม่ได้เริ่มจากการรู้ว่าควรพูดอะไร แต่อยู่ที่การรู้ว่าเมื่อไรควรวางตัวเองลง และฟังคนตรงหน้าอย่างแท้จริง
September 6, 2026
Article
อยากให้คนปรับตัว องค์กรเปลี่ยนการให้รางวัลแล้วหรือยัง?
EY US ทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์เพื่อให้รางวัลคนที่เรียนรู้ ทดลอง ปรับตัว และสร้างผลกระทบ เพราะหากองค์กรอยากเห็นวิธีทำงานแบบใหม่ ระบบรางวัลก็ต้องเปลี่ยนตามด้วย
September 3, 2026
Article
เมื่อบุคลิกภาพช่วยชดเชยทักษะได้ HR จะวัดอย่างไรไม่ให้กลายเป็นอคติ?
ผู้จ้างงานในสหรัฐฯ 86% เชื่อว่า “บุคลิกภาพที่เหมาะสม” สามารถชดเชยทักษะที่ยังขาดได้ แต่เมื่อหลายคนตัดสินผู้สมัครจากบทสนทนาครั้งแรก HR จะประเมินคุณสมบัติเหล่านี้อย่างไรโดยไม่ปล่อยให้ความประทับใจส่วนตัวกลายเป็นเกณฑ์?
September 3, 2026